สูตรการเล่าเรื่อง Problem-Agitate-Solve #Note taking ep. 2

OmniBonga : How to happiness now!!! ขอเสนอวิธีการบันทึกความสุขเล็ก ๆ ของคนรักการอ่านบทความออนไลน์ ถ้าท่องเที่ยวไปในอินเทอร์เน็ตแล้วเจอบทความเนื้อหาดี ๆ ถูกใจ แชร์เก็บไว้ ร้อยวันพันปีไม่ได้กลับไปอ่าน เรามาทำบันทึกการอ่านเก็บไว้ดีกว่า คัดเก็บเฉพาะประเด็นสำคัญ และจะดียิ่งขึ้นถ้าเราได้วิเคราะห์สิ่งที่ดีมีประโยชน์ ได้ประเมินว่าจะนำไปใช้อย่างไร อีกทั้งแชร์ให้คนอื่น ๆ ได้ประโยชน์ด้วย ด้วยการเขียนเล่าเรื่องจากการอ่าน ดีงามพระรามแปดเลยละ

ถ้าเจอบทความออนไลน์เนื้อหาโดนใจ อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ มาดูกันค่ะ

  • ✅ ควรแชร์จากต้นฉบับไปยังพื้นที่ของเรา เช่น Facebook ส่วนตัว Facebook fan page, Twitter, line
  • ❌ ไม่ควรคัดลอกต้นฉบับแล้วนำไปโพสต์ใหม่ ไม่ว่าจะใส่ลิ้งก์บอกที่มาหรือไม่บอกก็ตาม ถือว่าผิดมารยาท ผิดคุณธรรม ผิดจริยธรรม ผิดจรรยาบรรณ ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์

การบันทึกการอ่านบทความออนไลน์

  • ระบุแหล่งที่มา ค้นหาดูว่ามี ชื่อผู้แต่งหรือไม่ ถ้ามีชื่อผู้แต่ง บันทึกไว้ด้วย ชื่อผู้แต่งอาจจะเป็นนามแฝง เช่น ตะวันพันดาว (นามแฝง) เมฆฝน (นามแฝง) ปลาหมึกย่างเกรียม (นามแฝง) จากนั้นบันทึกชื่อเรื่องของบทความที่อ่าน วัน เดือน ปี ที่เผยแพร่บทความนั้น ถ้าไม่มี ลงวันที่ที่เราสืบค้นแทน (เพราะข้อมูลในออนไลน์เปลี่ยนแปลงบ่อย อาจจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือลบออกจากสารบบไปเลย) ที่สำคัญจะลืมไม่ได้ คือ ลิ้งก์หรือ url คัดลอกลิ้งก์มาวางไว้ด้วย ถ้าลิ้งก์ยาวมาก ไปใช้บริการย่อลิ้งก์ก่อน แนะนำที่ bit.ly, wow.in.th
  • สรุปประเด็นสำคัญ สรุปด้วยตัวเอง สรุปตามความเข้าใจของเราเอง แล้วเรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจง่าย จะวาดรูปประกอบ สร้างกราฟ ตาราง แผนผัง ให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นก็ทำได้
  • สรุปปิดท้าย แสดงความคิดเห็น บอกประโยชน์ที่ได้รับ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในการทำงาน ก็ยิ่งดีต่อตัวเราเอง ซึ่งจะได้นำใช้ประโยชน์ทันที ไม่ดองเก็บไว้จนลืม ไม่ได้ประโยชน์อะไร

การเล่าเรื่องจากการอ่านบทความออนไลน์

  • เกริ่นนำ + ระบุที่มาด้วย
  • เล่าเรื่องจากประเด็นสำคัญด้วยถ้อยคำสำนวนของเราเอง แบ่งออกกี่ย่อหน้าก็ได้ ตามใจชอบ
  • สรุปปิดท้ายเรื่อง

มาดูตัวอย่างการเล่าเรื่องจากการอ่านบทความออนไลน์ เรื่อง สูตรการเล่าเรื่อง Problem-Agitate-Solve

การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ มีสูตรสำเร็จที่นักเล่าเรื่องเก่ง ๆ ใช้กัน ทั้งการเล่านิทาน การเล่าเรื่องนิยาย ละคร ภาพยนตร์ การเล่าเรื่องเพื่อถ่ายทอดความรู้ในชั้นเรียน การเล่าเรื่องแบรนด์ การเล่าเรื่องสินค้า การเล่าเรื่องจากประสบการณ์ การเล่าเรื่องจากการอ่าน ถ้าเข้าใจสูตรการเล่าเรื่อง จะช่วยให้เรื่องที่เล่านั้นน่าติดตามมากขึ้น จากบทความของ Fah Chawanthawat เผยแพร่ June15, 2019 เรื่อง 7 สูตรเล่าเรื่อง storytelling ให้แบรนด์ของคุณเป็นที่น่าจดจำ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://stepstraining.co/content/7-formula-storytelling ย่อลิ้งก์ http://wow.in.th/9gri (สั้นลงเยอะเลย) บทความนี้ช่วยให้เราเข้าใจโครงสร้างการเล่าเรื่องชัดเจนขึ้น

ในที่นี้ยกมาเพียงสูตรเดียว ซึ่งเป็นสูตรการเล่าเรื่องยอดนิยม สูตรการเล่าเรื่องที่ประกอบด้วย

  • Problem (ปัญหา) –  ปัญหาที่เกิดขึ้น
  • Agitate (กวนใจ) –  สิ่งที่กวนใจ
  • Solve (แก้ไข) – วิธีการแก้ปัญหาเหล่านั้น

ถ้าเรานำสูตรการเล่าเรื่องนี้ไปวิเคราะห์เรื่องเล่าต่าง เราจะเห็นว่ามีการใช้สูตรการเล่าเรื่องแบบ problem-agitate-solve มากมาย เช่น โฆษณาสินค้า รายงานวิจัย โครงการ ที่กล่าวมามักขึ้นต้นจากการเล่าเรื่องปัญหาความเป็นมา แล้วเน้นย้ำปัญหา พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหา

แบบฝึกหัด หลังจากเรียนรู้สูตรการเล่าเรื่องแบบ problem-agitate-solve แล้ว ให้สังเกตเรื่องเล่าต่าง ทั้งโฆษณาสินค้า คลิปวิดีโอ รายงานวิจัย โครงการ การ์ตูน นิยาย ฯลฯ เรื่องไหนบ้างที่ใช้สูตรนี้ นอกจากนั้น ควรฝึกการเล่าเรื่องโดยใช้สูตรการเล่าเรื่องสูตรนี้ให้เชี่ยวชาญ ลองเล่าเรื่องสินค้าที่ใช้ภายในบ้าน เล่าเรื่องคอร์สเรียนที่เราสนใจ เล่าเรื่องสินค้าที่เห็นในห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ฝึกเล่าเรื่อง 50-100 เรื่อง รับรองว่าจะเล่าเรื่องได้คล่องปรื๊ด

ประโยชน์ที่ได้รับ ได้รู้วิธีการเล่าเรื่องแบบมีโครงสร้าง ทำให้เราฝึกใช้การเล่าเรื่องตามสูตรนี้ ช่วยให้การเล่าเรื่องของเราน่าสนใจ

…………………

ถ้าเราทำ note taking ทุกครั้งที่เจอบทความที่น่าสนใจ ตัวเราเอง ได้ประโยชน์เต็ม อย่างแรก เราเข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ อย่างที่สอง การคิดวิเคราะห์ สรุปประเด็นสำคัญ ช่วยให้นำเรื่องราวนั้นไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ช่วยให้นำประเด็นสำคัญไปเขียนเล่าเรื่องจากการอ่าน ทำ e-book ทำคลิปวีดีโอ ทำ podcast ฯลฯ

ร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจ #เขียนเล่าเรื่องจากการอ่านบทความออนไลน์กับOmniBonga


OmniBonga : How to happiness now!!!